Running Health

Injury Prevention
วิ่งยังไงให้พัฒนา โดยไม่เจ็บจนต้องหยุด

อาการบาดเจ็บของนักวิ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการวิ่ง แต่เกิดจาก Training Load (ปริมาณความเครียดจากการซ้อม) ที่มากกว่าความสามารถในการ Recovery (การฟื้นตัว) ของร่างกาย

LONGRUNBKK

Running Guide · 10 min read

นักวิ่งจำนวนมากไม่ได้ติดอยู่ที่ความฟิต แต่ติดอยู่ที่วงจร: ซ้อม → เริ่มเก่งขึ้น → เพิ่มเร็วเกินไป → เจ็บ → หยุด → กลับมาเริ่มใหม่

นักวิ่งที่พัฒนาได้ไกลที่สุด

ไม่ใช่คนที่ซ้อมหนักที่สุด แต่คือคนที่ซ้อมต่อเนื่องได้นานที่สุด

LONGRUNBKK

1. ทำไมการวิ่งถึงทำให้เจ็บ?

การวิ่งเป็น Repetitive Movement (การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ) ทุกก้าวที่เท้าลงพื้น ร่างกายต้องรับแรงซ้ำหลายพันครั้ง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แรงเหล่านี้ แต่อยู่ที่ร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน

Load

แรงกดดันจากระยะทาง ความเร็ว จำนวนวันซ้อม และความหนัก

Capacity

ความสามารถของกล้ามเนื้อ เอ็น และร่างกายในการรับการซ้อม

2. กฎสำคัญ: อย่าเพิ่มเร็วเกินไป

Progressive Overload (การเพิ่มความหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป) เป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าเพิ่มเร็วเกินกว่า Adaptation (การปรับตัว) จะตามทัน ความเสี่ยงบาดเจ็บจะสูงขึ้น

LONGRUNBKK Tip

เพิ่มทีละอย่าง

อย่าเพิ่ม Distance (ระยะทาง), Speed (ความเร็ว) และ Frequency (จำนวนวันซ้อม) พร้อมกันทั้งหมด

3. Easy Run ต้อง Easy จริง

มือใหม่จำนวนมากวิ่งทุกครั้งเหมือนกำลังแข่ง ทำให้เกิด Fatigue Accumulation (ความเหนื่อยสะสม) และ Recovery ไม่ทัน

Easy Run หรือ Zone 2 Training ช่วยเพิ่มความฟิตโดยใช้ Stress (ความเครียดต่อร่างกาย) ต่ำกว่า

4. Strength Training ช่วยลดความเสี่ยง

Strength Training (การฝึกกล้ามเนื้อ) ช่วยเพิ่มความสามารถของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นในการรับแรง โดยเฉพาะนักวิ่งที่ต้องรับแรงซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน

  • Squat / Lunge สำหรับต้นขาและสะโพก
  • Calf Raise สำหรับน่องและ Achilles Tendon (เอ็นร้อยหวาย)
  • Core Training ช่วยควบคุมลำตัวขณะวิ่ง

5. Mobility ไม่ใช่แค่ยืดกล้ามเนื้อ

Mobility (ความสามารถในการเคลื่อนไหว) คือการที่ข้อต่อและกล้ามเนื้อสามารถทำงานในช่วงการเคลื่อนไหวที่ต้องการ ต่างจาก Flexibility (ความยืดหยุ่น) ที่หมายถึงการยืดได้ไกลอย่างเดียว

6. ฟังสัญญาณร่างกาย

อาการล้าหลังซ้อมเป็นเรื่องปกติ แต่ Pain (ความเจ็บ) กับ Soreness (อาการเมื่อยล้า) ไม่เหมือนกัน

Soreness

เมื่อยกระจาย ๆ ดีขึ้นเมื่อพักหรือขยับเบา ๆ

Pain

เจ็บเฉพาะจุด เจ็บเพิ่มขึ้น หรือทำให้เปลี่ยนท่าวิ่ง

7. อาการที่นักวิ่งเจอบ่อย

Runner’s Knee (อาการเจ็บเข่านักวิ่ง)

Shin Splints (เจ็บหน้าแข้ง)

Plantar Fasciitis (รองช้ำ)

Achilles Tendon Pain (ปวดเอ็นร้อยหวาย)

Related

สร้างพื้นฐานก่อนเพิ่มความหนัก

เรียนรู้ Zone 2, Running Form และ Recovery เพื่อให้วิ่งได้ต่อเนื่องขึ้น

Running Form Recovery Guide
สรุป

Injury Prevention ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงการซ้อมหนักตลอดไป แต่คือการทำให้ร่างกายแข็งแรงพอสำหรับการซ้อม เพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป พักให้พอ และรักษาความสม่ำเสมอ

Injury Prevention Strength Training Recovery Running Form
My Gear

Favorite และ Compare ที่บันทึกไว้ในเครื่องนี้

เลือกได้สูงสุด 4 รายการ สำหรับใช้เทียบกัน